| คำสั่ง Switch จะคล้ายกับคำสั่ง If แต่ว่าเงื่อนไขจะมีมากกว่า 2 เงื่อนไข คือตรวจสอบเงื่อนไข โดยดูจากค่าของตัวแปร โดยนำค่าจากตัวแปรที่อยู่ในคำสั่ง switch มาตรวจสอบกับค่าที่อยู่หลังคำสั่ง case แต่ละคำสั่ง ถ้าตรงกัน ก็จะทำงานตามคำสั่งใน case นั้น ถ้าไม่ตรงกับ case ไหนเลยจะมาทำงานในคำสั่ง default แทน มีรูปแบบดังนี้ |
switch ( ตัวแปร )
{
case ค่าที่ 1 :
คำสั่งที่ 1 ;
break;
case ค่าที่ 2:
คำสั่งที่ 2 ;
break;
default:
คำสั่งที่ไม่ตรงกับค่าที่ 1 และ 2 ;
}
|
|
| คำสั่ง break จะทำให้โปรแกรมกระโดดออกไปทำงานนอกคำสั่ง switch ถ้าไม่มีคำสั่ง break โปรแกรมจะทำคำสั่งต่อไปเรื่อยๆ ทำให้เสียเวลา |
| มาดูตัวอย่างกันว่า switch ทำงานอย่างไร |
|
| โปรแกรมจะตรวจสอบตัวแปรที่คำสั่ง switch ว่ามีค่าเป็นเท่าใด |
|
| ค่าของตัวแปรจะถูกนำมาตรวจสอบกับคำสั่ง case ว่าตรงกับเลขใด |
|
| ถ้าตรงกับตัวเลขใด ก็จะทำงานตามคำสั่งของ case นั้น |
|
| เมื่อทำงานตามคำสั่งใน case นั้นเสร็จ จะพบคำสั่ง break ทำให้กระโดดออกจากโปรแกรมทันที |
|
| ในกรณีที่ไม่มีค่าใดตรงกับ case ที่ระบุ โปรแกรมจะทำงานในคำสั่ง default โดยอัติโนมัติ |
|
<html>
<body>
<?php
switch ($x)
{
case 1:
echo "ได้เลข 1";
break;
case 4:
echo "ได้เลข 4";
break;
case 10:
echo "ได้เลข 10";
break;
default:
echo "ไม่มีตัวเลข 1 , 4 และ 10";
}
?>
</body>
</html>
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น